คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว
เล่าเรื่องโดย / ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
เรียบเรียง / สุพัตรา แซ่ลิ่ม
นิทานสีขาวเรื่อง "คนขายสุนัข และ ลูกสุนัข 7 ตัว"
มีร้านค้าแห่งหนึ่งติดประกาศขายลูกสุนัข
7 ตัว เมื่อรู้ข่าว ก็มีเด็กๆแวะเวียนเข้ามาเล่น
มาชมลูกสุนัขทุกวันแต่ก็ยังไม่มีใครตกลงใจซื้อเพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดีมีราคาค่อนข้างแพงวันหนึ่งขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่นๆ
ให้แก่ลูกค้าในร้านเด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่งก็มากระตุกชายเสื้อเขาเขาก้มลงมอง
และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่ เพื่อนของผม
บอกว่า
"ที่ร้านของคุณอามีลูกหมาขายผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตัวพ่อแม่ก็อนุญาตแล้วขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยได้ไหมครับ?"เด็กบอกอย่างสุภาพ
"อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลังร้านน่ะ" เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดีแล้วผิวปากเรียกสุนักทั้งเจ็ดออกมา เด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมาทีละตัว เขานับ...แต่ก็มีแค่หกตัวเท่านั้นไหนว่ามีเจ็ดตัว
"มีคนซื้อไปตัวหนึ่งแล้วหรือครับ?"เด็กชายถาม เจ้าของร้าน ตอบว่า
"อ๋อ เปล่าหรอกหนู
ยังไม่มีใครซื้อไปเลยสักตัวเพียงแต่ตัวสุดท้ายขาหลังเขาไม่ดีมันก็เลยต้องคลานออกมาวิ่งมาพร้อมกับพี่ๆ
ของมันไม่ได้"
สิ้นคำเจ้าของร้านลูกสุนัขตัว
ที่เจ็ดก็คลานออกมาขาหลังทั้งคู่ของมันลีบเหลือนิดเดียวมันต้องใช้ขาหน้าลากพาร่างกายออกมาจากหลังร้าน ลูกสุนัขมอง
มาทางเด็กชายแล้วครางงี้ดๆเห็นได้ชัดว่ามันพยายามคลานมาหาเขาหางของมันกระดิกดุ๊กดิ๊กๆอยู่ตลอดเวลามันคลานเข้าไปเลียรองเท้าของเด็กชายท่าทางจะชอบเขามาก เด็กชายหัวเราะแล้วอุ้มมันขึ้นมาก่อนจะถามเจ้าของร้านว่า"หมาตัวนี้ราคาเท่าไรครับ?"
"ปกติอาบอกขายอยู่ตัวละสองพันบาทนะ"เจ้าของร้านตอบ เด็กชายนิ่งอึ้งไก่ก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมานับเขามีเงินอยู่เพียงสี่ร้อยห้าสิบบาทเท่านั้น "ผมมีเงินไม่พอซื้อหมาตัวนี้"เด็กชายพึมพำอย่างเศร้าใจ เจ้าของร้านรีบบอกทันทีว่า "โอ๊ะ!หนูถ้าหนูอยากได้หมาตัวนี้ไปก็เอาไปเถอะไม่ต้องจ่ายเงินหรอกอายกให้หนูฟรีๆไปเลย"เด็กชายฟังเจ้าของร้านแล้วชะงักไปก่อนจะถามกลับไปอย่างไม่พอใจว่า "ทำไมครับ ทำไมถึงบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินถ้าจะซื้อหมาตัวนี้?" "ก็อย่างที่หนูเห็นอย่างไรล่ะลูกหมาตัวนี้มันติดมาพร้อมๆพี่ๆน้องๆของมันและอาก็ไม่คิดว่าจะขายมันอยู่แล้วเพราะมันพิการ
วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้ ความจริงอาไม่อยากให้หนูได้ของมีตำหนิอย่างนี้ไปนะลองดูตัวอื่นดีไหม?"เด็กชายเม้มปากแน่นก่อนจะพูดว่า"คุณอาดูอะไรนี่สิครับ" ว่าแล้วเขาก็ดึงขากางเกงทั้งสองข้างขึ้น เจ้าของร้านจึงได้เห็นว่าขาของเด็กชายคนนี้ เล็กลีบ
เช่นเดียวกับขาหลังของลูกสุนัขแต่ที่ทำให้เขายืนอยู่ได้ก็เพราะมีขาเทียมช่วยพยุงเอาไว้ "คุณอาครับ ขาของผมก็ลีบใช้การอะไรไม่ได้เหมือนกัน ผมเดินช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ วิ่งก็ไม่ได้
กระโดดก็ไม่ได้อย่างนี้ผมก็เป็นคนไร้คุณค่าหรือเปล่าครับ?" เจ้าของร้านนิ่งอึ้งไป
ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเขา เด็กชายปล่อยขากางเกงลงแล้วพูดต่อว่า "ผมจะซื้อสุนัขตัวนี้ ในราคาสองพันบาท เท่ากับลูกหมาตัวอื่นๆแต่ว่าผมมีเงินไม่พอ ถ้าผมจะอ้อนวอนคุณอาขอผ่อนราคาของลูกหมาตัวนี้เดือนละหนึ่งร้อยบาททุกเดือน
จนครบสองพันบาทคุณอาจะว่าอย่างไรครับ?"เจ้าของร้าน
น้ำตาไหลริน ทรุดตัวลงตรงหน้าเด็กชายและกอดเขาไว้ด้วยความประทับใจพลางกล่าวขอโทษขอโพย
ในสิ่งที่ตนได้ทำผิดพลาดไป เขาบอกว่า ไม่ขัดข้องที่จะให้เด็กชายผ่อนค่าตัวของลูกสุนัขตัวนี้และกล่าวว่า "ถ้าสุนัขทุกตัวมีเจ้านายที่จิตใจดีอย่างเด็กชายพวกมันก็คงจะมีชีวิตที่เป็นสุขอย่างมาก"
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : อย่าตัดสิน
คุณค่า จากรูปลักษณ์ภายนอก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น